ทัวร์เวียดนาม
• สารบัญเว็บ
• ข้อมูลประเทศเวียดนาม
• เวียดนามภาคเหนือ
• เวียดนามภาคกลาง
• ดาลัด เมืองโรแมนติก
• เวียดนามภาคใต้
• หวุงเต่า
• ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศเวียดนาม
• เมืองเว้ มรดกโลกประเทศเวียดนาม
เที่ยวเมืองเว้ เวียดนาม
เที่ยวเมืองเว้ เวียดนาม
เที่ยวเมืองเว้ เวียดนาม
เที่ยวเมืองเว้ เวียดนาม

• เมืองเหว เว้ เวียดนาม
•
เมืองเหว หรือ เว้ เวียดนามกลาง เป็นเมืองมรดกโลก องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ UNESCO ได้ขึ้นทะเบียนให้เมืองเหวเป็นมรดกโลกสองครั้ง ด้วยกัน คือ
1. ทางโบราณคดีเมื่อวันที่ 11ธันวาคม พ.ศ 2536
2. ทางศิลปะวัฒนธรรมเมื่อเดือนพฤศจิกายน ค.ศ 2546
เมืองเหวอยู่ในเขตจังหวัดเถื่อเทียนเหว (Thua Thien Hue) เป็นจังหวัดอยู่ตอนบนของภาคกลางเวียดนาม โดยทางทิศตะวันตกจะติดกับแนวชายแดนของประเทศลาวและทางทิศตะวันออกก็จะติดกับทะเลจีนใต้ เมืองเหวอยู่ห่างจากกรุงฮานอยไปทางทิศเหนือประมาณ 660 กิโลเมตรและนครโฮจิมินห์ไปทางทิศใต้ประมาณ 1080 กิโลเมตร มีเนื้อที่ราว 70 ตารางกิโลเมตร มีชายหาดทะเลยาวประมาณ 120 กิโลเมตร เดิมนั้น เมืองเหวเป็นอาณาเขตตอนบนของอาณาจักรจาม แต่มาถึงปี ค.ศ 1306 ได้ตกมาอยู่ในเขตมณฑลถ่วนหวา (Thuan Hoa) ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดกว่างตรี่ (Quang Tri) จังหวัดเถื่อเทียนเหวและส่วนพื้นที่ตอนบนของจังหวัดกว่างนาม (Quang Nam)
การที่มีการเรียกว่าเมืองเหวนั้นได้มีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 15 ในสมัยขององค์พระมหากษัตริย์ เลแถนห์โตง (Le Thanh Tong) และได้มาเป็นศูนย์กลางแห่งแรกของสมัยจอมเหวียน (Chua Nguyen) เมื่อได้ให้มาตั้งอยู่ที่กีมลอง (Kim Long) ของเมืองเหวตอนปี ค.ศ 1636 หลังจากนั้น(ค.ศ 1687 )จึงได้ทำการย้ายให้มาอยู่ที่ฝูซวน (Phu Xuan) คือพระราชวังเหวนั้นเอง ช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 18 ฝูซวนเป็นศูนย์กลางทางการเมือง ทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรนของ ส่วนฝ่ายใน (Dang Trong) ต่อมาก็ได้ตั้งเป็นเมืองกรุงแห่งการเป็นเอกราชของราชวงศ์ใตเซิน (Trieu Dai Tay Son ค.ศ 1788 ถึง 1801) ตั้งแต่ปี ค.ศ 1802 ถึง 1945 เมืองเหวได้มาเป็นเมืองหลวงของประเทศเวียดนามเอกภาพครั้งแรกโดยราชวงศ์เหวียน (Trieu Nguyen) ซึ่งเป็นราชวงศ์ที่มีองค์กษัตริย์ทรงครองราชสมบัติรวมทั้งหมด 13 พระองค์และช่วงเวลาที่ว่านี้เองจึงได้มีการก่อสร้างครั้งใหญ่โต ซึ่งสามาณทำให้เมือวเหวได้รับการลงทะเบียนให้เป็นมรดกโลก โดยองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชา ชาติ UNESCO ตามมาถึงสองครั้ง ด้วยกัน ครั้งแรก เมื่อ วันที่ 6 -11 เดือนธันวาคม ค.ศ 1993 ทางโบราณคดี และครั้งที่สองเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ค.ศ 2003 ทางศิลปะวัฒนธรรม เหวเป็นเมืองหลวงของประเทศเวียดนามช่วงปี ค.ศ 1802 ถึง 1945 นั้น ได้ทำให้สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ วิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่มีลักษณะอันเด่นชัดเป็นเฉพาะของเมืองกรุงตามมาเสมือนเงาตามตัว ทั้งนี้ สามารถเห็นได้จากโบราณวัตถุและโบราณสถานที่มีจำนวนมากมาย อาทิ พระราชวัง

พระราชวังเหวได้ถูกแบ่งออกเป็นสองเขต คือ เขตโบราณวัตถุและโบราณสถานที่ถูกจัดให้อยู่ภายนอกและเขตโบราณวัตถุและโบราณสถานที่ได้ถูกจัดให้อยู่ภายในของวัง ทั้งนี้ โบราณวัตถุและโบราณสถานที่จัดอยู่ภายนอก ได้แก่
1 พลับพลาฝูวรรณเลา (Phu Van Lau) เป็นอาคารอยู่ทางทิศใต้ของด้านหน้าพระราชวัง พลับพลา ฯ แห่งนี้นอกจากเป็นสถานที่ที่ องค์พระมหากษัตริย์เสด็จพระราชดำเนินพระกรณียกิจส่วนพระองค์แล้วยังเป็นสถานที่ใช้แจ้งพระบรมราชโองการและจัดงานเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสต่างๆ อีกด้วย
2 ตำหนักเทืองบาก (Th¬uong Bac) และตำหนักเถื่องบาก (Th¬uong Bac) เป็นสถานที่ใช้ต้อนรับคณะทูตจากต่างประเทศที่เดินทางมาติดต่อราชการรวมทั้งทางการค้าด้วย ตำหนัก ฯ ที่ว่านี้ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของพระราชวัง
3 ปราการบี่นห์ด่าย (Tran Bình Dai) อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพระราชวัง โดยเป็นกำแพงล้อม ไว้รอบด้าน มีความยาวถึง 1 กิโลเมตร ซึ่งปราการที่ว่านี้ ที่มีความสูงประมาณ 5 ถึง 5.8 เมตรและมีความหนาราว 1.3 เมตร เดิมใช้เป็นป้อมบังคับการ ปราการบี่นห์ด่าย ยังมีอีกชื่อที่ส่วนมากจะใช้เรียกกัน คือปราการมางก๋า (Don Mang Ca) คำว่ามางก๋าคือเหงือกนั่นเอง

ที่มาของคำว่ามางก๋าคือภายในปราการมีบ่อน้ำสองบ่อที่มีต้นบ่อติดกันแต่แยกออกเป็นสองส่วนคล้ายตัว "V"ในตัวอักษรภาษาอังกฤษ และ ส่วนโบราณวัตถุและโบราณสถานที่ถูกจัดให้อยู่ภายในของวัง ก็จะมีการแยกเป็นเขตไป(เฉพาะในบางส่วนเท่านั้น ) ทั้งนี้ บริเวณของวังประกอบด้วย 3 ชั้น คือ ฝ่องแถ่นห์ (Phong Thanh) หว่างแถ่นห์ (Hoang Thanh) และตึ่อเกิ่มแถ่นห์ (Tu Cam Thanh)
ในภาษาเวียดนามนั้น คำว่า "ฝ่อง (Phong)"เป็นคำเดี่ยวมีความหมายคือ "ป้องกัน"หรือ "ห้อง" และในส่วนของ"ฝ่องแถ่นห์"ซึ่งเป็นคำผสมนั้น ก็จะเลือกเอาความหมาย "ป้องกัน" เนื่องเพราะคำ "แถ่นห์ (Thanh)"เองแม้นจะเป็นคำเดี่ยวเหมือนกันก็จริง แต่จะมีมากความหมายอยู่ อาทิ"กำแพง"หรือ"เป็น"หรือ "เท่ากับ" และฯ ล ฯ เมื่อคำเดี่ยวสองคำทีได้กล่าวมานี้ถูกนำมาประกอบเป็นคำผสม"ฝ่องแถ่นห์" ก็จะมีความหมายใหม่เกิดขึ้นมา ซึ่งในกรณีที่ว่านี้ก็จะมีความหมายเดียว คือ "กำแพงป้องกัน" และ คำ "แถ่นห์"ใน "หว่างแถ่นห์" กับใน "ตึ่อเกิ่มแถ่นห์" ก็มีความหมายเช่นเดียวกัน คือ"กำแพง (Thanh)" ส่วนคำ"หว่าง (Hoang)"นี้มีความหมายคือ"ขัตติยราชสกุล"และ "หว่างแถ่นห์ ( Hoang Thanh)" ก็จะกล่าวถึงเขตหรือบริเวณของพระราชวัง "ตึ่อเกิ๋มแถ่นห์" ก็เป็นคำผสมเช่นเดียวกันโดยมีคำเดี่ยวอยู่ 3 คำได้แก่คำ "ตึ่อ (Tu)"คำ"เกิ๋ม (Cam)"และ"แถ่นห์" สำหรับคำ"ตึ่อ (Tu)"จะมีมากความหมายและ ในกรณีนี้จะใช้ความ หมายว่า "ตาย"หรือ "ประหารชีวิต"ส่วนคำ"เกิ๋ม (Cam)" มีความหมายเดียวคือ "ห้าม"และ"ตึ่อเกิ่มแถ่นห์ (Tu Cam Thành)" คือ "พระบรมมหาราชวัง"เป็นเขตต้องห้าม บุคคลใดฝ่าฝืนจักต้องประหารชีวิต ทั้งนี้ ก็มีผู้รู้จำนวนไม่น้อยได้พยายามอธิบายว่า ที่จริงแล้ว "ตึ่อเกิ่มแถ่นห์ (Tu Cam Thành)"หาใช่ "เป็นเขตต้องห้าม ฯ"แต่อย่างใด หากแต่มาจากสีของกำแพงนั้นเป็นสีชมพูเท่านั้นเองและรากศัพท์โบราณได้ระบุว่า "ตึ่อ (Tu)" นั้นเองมีความหมายคือ "สีชมพูผสมน้ำเงิน" ซึ่งในความจริง แล้วกำแพงของ"พระบรมมหาราชวัง"แห่งนี้ไม่เคยได้เป็นสีอย่างที่ว่าแต่อย่างใดเลยแม้แต่น้อย จึงได้กลายเป็นการมามองว่า "ในบริเวณของพระบรมมหาราชวังได้มีการปลูกไม้ดอก ซึ่งจะให้ดอกเป็นสีชมพู

เที่ยวเมืองเว้ เวียดนาม
เที่ยวเมืองเว้ เวียดนาม

วัดเทียนมู่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเฮือง ห่างจากพระราชวัง ประมาร 3 กิโลเมตร สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิเหวียนฮง ขณะทรงประพาสผ่านบริเวณนี้ เทียนมู่ แปลว่า เจดีย์แห่งเทพธิดาสวรรค์ ภายในวัดเทียนมู่มีเจดีย์เก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองที่ชาวเวียดนามนับถือ (เจดีย์ เฝือก เยวียน)โดยเจดีย์มีทรง 8 เหลี่ยม รูปเก๋งจีนซ้อนลดหลั่นกัน 7 ชั้น แต่ละชั้นถือเป็นตัวแทนของแต่ละภพของพระพุทธเจ้า มีรูปปั้นเทพเจ้าหกองค์เฝ้าคุ้มครอง ภายในเจดีย์มีพระสังกัจจายน์ปิดทอง พระพักตร์อิ่มเอิบกับพระพุทธอีกสามองค์อยู่ในตู้กระจก นอกจากนี้ ภายในวัดยังมีระฆังทองสัมฤทธิ์ใบใหญ่ นำหนัก 2 ตัน สูง 2 เมตร ซึ่งหากตีแลวจะได้ยินไปไกลกว่า 10 กิโลเมตร ซึ่งหล่อขึ้นตั้งแต่ปี 1701 วิหารหลักไดฮุง สร้างในสวน มีต้นไม้กับพุ่มไม้สวยงาม พระพุทธรูปพระศรีอาริยเมตไตรย์ ตั้งเป็นองค์ประธานในห้องแรก หลังวิหารนี้เป้นวิหารกวานโว (วิหารเทพเจ้าสงคราม) ถัดไปเป็นวิหารกวามอัม ซึ่งสร้างถวายเจ้าแม่กวานอัมเทพแห่งความเมตตา

วัดเทียนหมู่

วัดเทียนหมู่ เว้ เวียดนาม
วัดเทียนหมู่ เว้ เวียดนาม
วัดเทียนหมู่ เว้ เวียดนาม

วัดเทียนหมู่ เว้ เวียดนาม

ตลาดดงบา เว้ เวียดนาม
ตลาดดงบา เว้ เวียดนาม
ตลาดดงบา เว้ เวียดนาม
ตลาดดงบา เว้ เวียดนาม

ตลาดดงบา
ตลาดดงบา อยู่ติดกับริมแม่น้ำหอมเต็มไปด้วยบรรยากาศการซื้อขายแลกเปลี่ยนของชาวเมือง ที่มีสีสัน นักท่องเที่ยวพาดไม่ได้ที่จะมาแวะชมแวะซื้อสินค้าที่ตลาดแห่งนี้ รอนอกจะเป็นสินค้าที่ระลึก มากมาย  ด้านในเป็นสินค้าทั่วไป ถ้าเข้าไปถึงริมน้ำจะเป็นตลาดสด มาตลาดแห่งนี้เพียงที่เดียวมีครบทุกอย่างให้เลือก

แม่น้ำหอม หรือภาษาเวียดนามเรียกว่า ซงเฮือง มีต้นกำเนิดของลำน้ำมากจากป่าที่อุดมไปด้วยดอกไม้ป่าที่ส่งกลิ่นหอม เมื่อดอกไม้ใบไม้ได้ร่วงร่วงหล่นลงไปในแม่น้ำและลอยมากับสายน้ำจึงได้รับการขนานนามว่าเป็นแม่น้ำหอม(จากดอกไม้นั่นเอง) แม่น้ำหอมเป็นแม่น้ำสายสั้นๆไหลผ่านกลางเมืองเว้ ในเขตจังหวัดถัวเทียน-เว้ แม่น้ำกว้างแต่ไม่ลึกและใสสะอาด ตลอดลำน้ำสองฟากฝั่ง มีความสวยงามทั้งแมกไม้ วัดวาอาราม รวมถึงสุสานจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เหวียน
ในอดีตยามค่ำคืนในแม่น้ำหอม กษัตริย์จะทรงล่องเรือชมการร่ายรำขับกล่อมดนตรี ซึ่งการแสดงนี้ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น มาจนปัจจุบันให้นักท่องเที่ยวได้รับชมบรรยากาศในอดีต ชมการขับร้องดนตรีพื้นเมือง ตลอดจนชมวิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำหอมอันเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงเมืองเว้ ประเทศเวียดนาม
ล่องเรือกาเว้ แม่น้ำหอม เมืองเว้
ล่องเรือกาเว้ แม่น้ำหอม เมืองเว้
ล่องเรือกาเว้ แม่น้ำหอม เมืองเว้
ล่องเรือกาเว้ แม่น้ำหอม เมืองเว้
ล่องเรือกาเว้ แม่น้ำหอม เมืองเว้
ล่องเรือกาเว้ แม่น้ำหอม เมืองเว้
เวียดนาม
• ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศเวียดนาม
• ข้อมูลทั่วไปประเทศเวียดนาม
• ซาปา เมืองตากอากาศแห่งขุนเขา
• ทุ่งนาขั้นบันได ซาปา
• หมู่บ้านต่าฟาน
• เวียดนามภาคเหนือ ฮานอย ฮาลองเบย์
• หมู่บ้านต่าฟีน
• สวนพฤษศาสตร์ซาปา
• น้ำตกซิลเวอร์
• พระราชวังชนเผ่า เมืองบัคฮา
• ไทดำ เดียนเบียนฟู
• ดาลัด ปารีสตะวันออก
• ล่องเรืออ่าวฮาลองเบย์
• พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์
• พระราชวังทังลอง
• หมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผา
• เวียดนามภาคกลาง เว้ ดานัง ฮอยอัน
• พิพิธภัณฑ์จาม
• เวียดนามภาคใต้ โฮจิมินห์ซิตี้
• ล่องเรือมังกรแม่น้ำหอม
• โบสถ์นอร์ทเธอดาม
• อุโมงค์หวิงห์ม็อก
• บานาน่า ฮิลล์
• ไปรษณีย์กลางโฮจิมินห์
• พิพิธภัณฑ์ทหาร ตลาดบินถั่น
• สุสานจักรพรรดิไคดิงห์
ทัวร์เวียดนาม
• สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม...
บริษัท วีเอนทูยู จำกัด : VN TO YOU TOUR CO., LTD.
548/53/4, Nguyen Van Cu Str., Long Bien Dist., Hanoi, Vietnam
Tel: (+84) 4 38729346, (+84) 4 38729347 Fax : (+84) 4 38729348
Email & Skype : vntoyou@hotmail.com - Line ID : vntoyou - Hotline : (009) 84 904 596 505

• โปรแกรมทัวร์ประเทศเวียดนาม
• ทัวร์เวียดนาม ภาคเหนือ
• ทัวร์เวียดนาม ภาคกลาง
• VNC-401 เว้ ดานัง ฮอยอัน อุโมงค์วินห์ม็อก ล่องเรือแม่น้ำหอม วัดเทียนหมู่ นั่งกระเช้าบานาฮิลล์ สะพานญี่ปุ่น (4 วัน 3 คืน รถ)
• ทัวร์เวียดนาม ภาคใต้
VN TO YOU TOUR CO., LTD.
Add: No 548/53/4, Nguyen Van Cu Str., Long Bien Dist., Hanoi, Vietnam.
Hotline: +84 904 596 505 Tel: (+84) 4 38729346 - (+84) 4 38729347 Fax: (+84) 4 38729348
skype, Line : vntoyou / viber, whatsapp : +84 904 596 505 / E-mail : vntoyou@hotmail.com